ทัวร์อเมริกาใต้


                                                           

มาชู ปิกชู ประเทศเปรู เมืองสาบสูญแห่งอินคา

มาชู ปิกชู (Machu Picchu) เป็นซากเมืองโบราณของอารยธรรมอินคา อดีตนั้นเมืองแห่งนี้เข้าถึงได้ยาก มีความเร้นลับและมหัศจรรย์ เพราะตั้งอยู่บนภูเขาสูง อันเป็นภูเขาส่วนหนึ่งในแนวเทือกเขาแอนดีสที่สูงใหญ่ที่สุดในโลก มาชู ปิกชู สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15 เคยเป็นดินแดนที่มีความเจริญรุ่งเรืองในยุคที่อาณาจักรอินคาอยู่ในยุคเฟื่องฟู แต่เมื่ออาณาจักรอินคาต้องล่มสลายด้วยการขยายอำนาจของสเปน มาชู ปิกชู ก็ถูกทอดทิ้ง กลายเป็นเมืองสาบสูญไปในช่วงศตวรรษที่ 16 และได้กลับกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฝันของนักเดินทางจากทั่วโลกอีกครั้งหลังจากการค้นพบโดย Hiram Bingham ในปี ค.ศ. 1911 มาชู ปิกชู ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงกว่า 2,430 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอนดีส ห่างจากเมืองโบราณกุสโก (Cusco) ประเทศเปรู ราว ๆ 70 กิโลเมตร และด้วยความที่ประเทศเปรูเป็น 1 ใน 29 ประเทศและดินแดนที่ผู้ถือพาสปอร์ตไทยจะได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราวีซ่า เพราะฉะนั้นแค่เพียงมีเงินในกระเป๋าและพาสปอร์ตก็สามารถเดินทางไปเที่ยวมาชู ปิกชู ได้แล้ว ด้วยความที่มาชู ปิกชู ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงและยังไม่สามารถมองเห็นได้จากเชิงเขา จึงทำให้มันถูกซ่อนอยู่บนยอดเขาอย่างยาวนานหลังจากการล่มสลายของอาณาจักรอินคา และเมื่อมีการค้นพบก็ยิ่งทำให้มนุษย์ในยุคปัจจุบันอึ้งทึ่งกับความชาญฉลาดในการเลือกตำแหน่งที่ตั้งของเมือง รวมไปถึงการวางผังเมืองให้สอดคล้องกับธรรมชาติ และเอื้อต่อการดำรงชีพของชาวอินคา


                                                 
รูปปั้นพระเยซูคริสต์

Christ the Redeemer คือรูปปั้นพระเยซูคริสต์ ตั้งอยู่บนยอดเขากอร์โกวาดู ในนครรีโอเดจาเนโร  ประเทศบราซิล ได้รับการลงคะแนนเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคใหม่ และถือเป็นสัญญาลักษณ์ของนครรีโอเดจาเนโร และที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวคริสต์ในประเทศ บราซิลทั้งหมด ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเมือง เป็นรูปปั้นสูง 30 เมตร กว้าง 38 เมตร ( วัดจากปลายแขนซ้าย ถึงปลายแขนขวา ) มีน้ำหนัก 635 ตัน ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของยอดเขากอร์โกวาดูในอุทยานแห่งชาติทิจูคา  ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็น มหานครรีโอเดจาเนโร ได้ทั้งหมดถือเป็นรูปปั้นพระเยซูคริสต์ขนาด ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ตั้งอยู่บนระดับความสูง 710 เมตร ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หุ้มด้วยหินสบู่  เนื่องจากมีความทนทานสูง และเหมาะต่อการใช้งาน แกะสลักดำเนินการโดยช่างแกะชาวฝรั่งเศล นามว่า Paul Landowski    ออกแบบโครงสร้างนำโดยวิศวกรชื่อ Albert Caquot   ผู้ออกแบบสถาปัตกรรม เป็นวิศวกรชาวบราซิล ชื่อว่า Heitor da Silva Costa ประวัติความเป็นมา  กลางปี 1850 เมื่อหลวงพ่อ Pedro Maria ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก เจ้าหญิง Isabel ให้ทำการก่อสร้างรูปปั้นทางศาสนาขนาดใหญ่  ปี 1921 จึงมีการเสนอ 2 โครงการการรูปปั้นขนาดยักษ์ ที่เป็นสัญญาลักษณะของเมือง โดยรูปแบบแรกเป็นรูปพระเยซูคริสต์ และมีโลกอยู่ในมือ และอีกรูปแบบเป็นรูปพระเยซูคริสต์กางแขน และรูปแบบหลังได้รับการรับเลือก   ปี 1922 เริ่มทำการก่อสร้าง การก่อสร้างใช้เวลา 9 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1922 ถึง 1931 การก่อสร้างเส้นทางเดียวที่จะลำเลียงวัสดุก่อสร้าง และคนงานขึ้นสู่ยอดเขา โดยใช้รถไฟ และปัจจุบัน ก็ยังคงใช้สำหรับขนส่งนักท่องเที่ยวขึ้นสู่ยอดเขา หรืออาจใช้เส้นทางรถยนต์ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที แล้วต่อด้วยการเดินขึ้นบันไดอีก 222 ขั้น ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นบันไดเลื่อนเรียบร้อยแล้ว ปี 1931 รูปปั้นพระเยซูคริสต์ แห่ง นครรีโอเดจาเนโร เสร็จสมบูรณ์ และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 1931 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 8,750,000 บาท ( 250,000 เหรียญสหรัฐ )    ปี 2008 รูปปั้นพระเยซูคริสต์ แห่ง นครรีโอเดจาเนโร ถูกฟ้าฝ่าเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2008 แต่รูปปั้นไม่ได้รับความเสียหายเนื่องจากหุ้มด้วยหินสบู่  
  

หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Valley)

“หุบเขาศักดิ์สิทธิ์” (Sacred Valley) หรือหุบเขาอูรูรัมบา (Urubamba) ตั้งอยู่ในหุบเขาของเทือกเขาแอนดีส ประเทศเปรู ใกล้ ๆ กับเมืองคุซโก้ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอินคาในอดีต มีพื้นที่ครอบคลุมราว 60 กิโลเมตร ขนานไปกับแม่น้ำอูรูบัมบา (Urubamba River) หรือที่รู้จักกันในชื่อ แม่น้ำวิลคาโนต้า (Vilcanota) หรือ วิลคามายู (Wilcamayu) ซึ่งมีความหมายว่า “แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์” สถานที่ห้ามพลาดบริเวณหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ ป้อมซัคไซอัวมัน (sacsayhuaman) ที่เมืองคุซโก สถานที่ประกอบพิธีบูชาสุริยะเทพ พิธีสำคัญของชาวอินคาจัดขึ้นปีละครั้ง , เมืองโอยันเตตัมโบ (Ollantaytambo) มีซากโบราณสถานเมืองที่สภาพค่อนข้างสมบูรณ์และยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง, เมืองปิซัค (Pisac) นอกจากขึ้นชื่อเรื่องซากโบราณสถานแล้วไม่ควรพลาดตลาดนัดพื้นเมืองวันอาทิตย์, โมราย (Moray) แห่งเมืองมาราส (Maras) สิ่งปลูกสร้างรูปทรงกลมที่คาดว่าน่าจะเป็นพื้นที่สำหรับทดลองเพาะปลูกแบบขั้นบันได, เหมืองเกลือซาลินาส (Salinas) ทิวทัศน์งดงามแปลกตาจากหลุมเกลือมากมายที่แบ่งเป็นช่องลดหลั่นกันไปตามไหล่เขาและแสดงถึงภูมิปัญญาของชาวอินคาได้เป็นอย่างดี

Do not miss the best city in the world ตอน milan Italy
มิลาน (มิลาโน่) เป็นเมืองหลวงแฟชั่นของโลกและเป็นที่ตั้งของปราด้าวาเลนติโน่เวอร์ซาเช่และ Dolce & Gabbana นอกเหนือจากนี้มิลานยังมีสถานที่ท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์และร้านอาหารจำนวนมากพอสมควร เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่ดีหากคุณต้องการไปเทือกเขาแอลป์ซึ่งอยู่ตรงทางภาคใต้ของอิตาลีและยังมีทะเลสาบที่มีชื่อเสียงเช่นโคโมและการ์ดา
เมนูยอดฮิต เมื่อไปเวียดนามต้องลองชิม
เวลาที่เราเดินทางไปประเทศไหนซักประเทศหนึ่ง สิ่งที่คนไทยกังวลที่สุดคงจะไม่แพ้เรื่องอาหาร และก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกัน ว่าอาหารของอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยนิยมทาน และถูกปากคนไทยไม่มากก็น้อยก็คืออาหารของประเทศเวียดนาม
6 จุดเช็คอินที่ฮานอย ฮาลอง
กรุงฮานอย เมืองหลวงของ ประเทศเวียดนามที่ตั้งอยู่ ภาคเหนือเป็นเมืองท่ีมี ประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี เเล้วตอนนี้เเอบบอกถ้าไปนะ อากาศดีมาก ไม่มีฝนเหมือนได้ไปยุโรปเลยค่า วันนี้พวกเรา #grandtourismo จะมาเเนะนำ 6 จุดเช็คอิน ที่ควรเป็นจุด destination ในฝันของใครหลายๆคนเลยค่ะ . . ถ่ายรูปก็ปัง นั่งชมวิวก็สบาย เเละเช็คอินอวดเพื่อนๆได้อย่างเก๊ๆ พูดมาขนาดนี้ไม่ไปเเล้วจะเสียใจกันนะคะ ไปดูกันดีกว่าว่ามีที่ไหนบ้าง เเล้วน่าสนใจกันเเค่ไหน
บริษัทที่เคยใช้บริการเรา
©2005-2018 grandtourismo.co.th All Rights Reserved. Power BY applezeed.com
X