ตำนานขนมไหว้พระจันทร์
ขนมไหว้พระจันทร์ เป็นขนมที่มีต้นตำรับมาจากประเทศจีน ชื่อที่เรียกในภาษาจีนกลางคือ “เยว่ปิ่ง” “เยว่” หมายถึง พระจันทร์ และ “ปิ่ง” หมายถึง ขนมเปี๊ยะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล ความปรารถนาดี และความสามัคคี เพราะในเทศกาลนี้ทุกคนในครอบครัวจะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา นั่งกินขนมชมพระจันทร์ไปด้วยกัน
.
.
แต่เดิม ขนมไหว้พระจันทร์ มีชื่อเรียกว่า “หูปิ่ง” หมายถึง ขนมเปี๊ยะวอลนัท เป็นขนมอบของจีนทำจากงาและวอลนัท ภายหลังเปลี่ยนเป็น “เยว่ปิ่ง” ซึ่งสาเหตุของการเปลี่ยนชื่อนั้นมีเรื่องเล่าว่า ในคืนวันไหว้พระจันทร์ปีหนึ่ง ถังเสวียนจงฮ่องเต้ปรารภออกมาว่า ชื่อ “หูปิ่ง” ไม่ไพเราะ ขณะนั้นหยางกุ้ยเฟย ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่อัครมเหสีของพระองค์ ได้นั่งชมจันทร์อยู่เคียงข้างพระองค์ก็เปรยขึ้นมาว่า “เยว่ปิ่ง” ซึ่งหมายถึง ขนมเปี๊ยะพระจันทร์ ตั้งแต่นั้นจึงใช้ชื่อนี้เรียกแทน "หูปิ่ง" เรื่อยมา
.
.
ตำนานขนมไหว้พระจันทร์นั้น ยังมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกู้ชาติของชนชาติจีนด้วย เล่าว่า ราว 700 ปีก่อน ชาวมองโกลโดยการนำของกุบไลข่าน ได้รุกรานเข้าแผ่นดินจีน สามารถโค่นล้มและยึดครองประเทศจีนได้สำเร็จ และขึ้นปกครองประเทศจีนเป็นระยะเวลากว่า 80 ปี จนถึงช่วงที่ราชสำนักอ่อนแอ มีชาวจีนหลายกลุ่มคิดก่อการกบฎเพื่อกอบกู้แผ่นดินกลับคืนมา แต่การจะเรียกระดมพลนั้นกระทำได้ยาก จึงมีผู้คิดแผนการรวบรวมพลให้ก่อการขึ้นพร้อมกัน เนื่องจากชาวมองโกลไม่นิยมกิน ขนมเปี๊ยะพระจันทร์ จึงอาศัยโอกาสนี้ทำขนมเปี๊ยะพระจันทร์ที่มีไส้หนา แล้วสอดไส้กระดาษที่เขียนข้อความไว้ว่า “15 ค่ำเดือน 8 สังหารมองโกล” แล้วนำออกแจกจ่ายให้กับชาวจีนทั้งหลาย เมื่อถึงคืน 15 ค่ำ เดือน 8 กลุ่มชาวจีนทั้งหลายก็ลงมือก่อการโดยพร้อมเพรียงกัน และสามารถโค่นล้มมองโกลลงได้
.
.
นับจากนั้นเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ที่มีการไหว้ขนมเปี๊ยะพระจันทร์จึงเป็นงานฉลองระดับชาติ เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น ส่วนในประเทศไทยเรียกชื่อขนมนี้ว่า “ขนมไหว้พระจันทร์” ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมานี้



