หนาวนี้ที่สตอกโฮล์มกับนิทรรศการ อาร์กติก
หนาวนี้ที่สตอกโฮล์มกับนิทรรศการว่าด้วย อาร์กติก ในวันที่น้ำแข็งขั้วโลกกำลังละลายไม่นึกไม่ฝันว่ารสหวานจะสัมผัสได้ด้วยตาแบบนี้ ไม่ช้าหิมะก็ละลายล้อกับชื่อของนิทรรศการที่ฉันกำลังจะไประหว่างหลบลมหนาว ที่ชื่อว่า The Arctic – While the Ice Is Melting ฉันผลักประตูบานยักษ์ของพิพิธภัณฑ์นอร์ดิก (Nordic Museum) เข้ามารับไออุ่น ซึ่งพอมองเห็นเจ้าก้อนน้ำแข็งยักษ์จำลองใจกลางห้องโถงแล้วกลับรู้สึกหนาวขึ้นมา
นิทรรศการ The Arctic - While the Ice Is Melting จัดแสดงที่ พิพิธภัณฑ์นอร์ดิก (Nordic Museum) ณ ย่าน Djurgården ของสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ตั้งแต่วันนี้ถึงตุลาคม ปี 2021 โดยค่าเข้าจะรวมอยู่ในค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ 140 โครน

นิทรรศการเกิดจากการร่วมมือกันของมหาวิทยาลัยสตอกโฮล์ม (Stockholm University) และพิพิธภัณฑ์นอร์ดิก โดยเนื้อหาต่างๆ มาจากงานวิจัยกว่า 3 ปี เล่าเรื่องของภูมิประเทศที่อากาศโหดร้ายเป็นอันดับต้นๆ ของโลกในมุมมองของความสัมพันธ์ ความสำคัญ และผลกระทบจากน้ำแข็งขั้วโลกที่กำลังละลายของผู้ที่เรียก อาร์กติก ว่าบ้าน ผ่านสิ่งของ รูปภาพ มัลติมีเดียต่างๆ สารคดี ผลงานวิจัย รวมถึงกล้องเว็บแคม

แบ่งออกเป็น 6 โซนย่อยด้วยกัน โดยเรียงลำดับด้วยตัวเลขให้เดินตามได้ง่าย โดยโซนน้ำแข็งเก็บข้อมูลทุกอย่างตั้งแต่ อดีตถึงปัจจุบันได้เข้มข้นโดยเฉพาะ โซนที่ 3 ในเรื่อง Crack on Our World and Ourselves ที่เน้นการอ่านเป็นส่วนใหญ่ แม้จำนวนผู้เข้าชมจะเริ่มหนาแน่นขึ้น แต่ทุกคนใจเย็นรอให้คนข้างๆ ขยับไปทีละนิด ก่อนที่จะค่อยๆ ขยับตามเพื่อที่จะให้ทุกคนได้เสพข้อมูลที่รวบรวมจากงานวิจัยในหลายบริบทได้ครบถ้วน ในโซนแรกๆ ของธารน้ำแข็งนี้จะเข้มข้นด้วยวิชาการมากกว่าส่วนอื่น แต่ไม่ชวนให้น่าเบื่อด้วยลำดับการจัดเนื้อหาที่ฉุกให้ขบคิดทั้งบทบาท ความรับผิดชอบ และการกระทำของเรา


การเล่าเรื่องที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่าน เรามองเห็นรอยแตกในอาร์กติกและสะท้อนมาเห็นรอยแตกในตัวเราโดยปราศจากการชี้นิ้วบอกว่าต้องทำหรือไม่ต้องทำอะไร จากชื่อนิทรรศการที่ว่า “น้ำแข็งขั้วโลกกำลังละลาย” ทำให้เรารู้สึกหดหู่และสิ้นหวัง การเพิ่มโซน The Future ก็ทำให้ความตึงของหัวเรื่องมันเบาลง เพราะมันคือการที่เราได้คุยกับตัวเอง และให้สัญญากับตัวเราในอนาคตว่า ณ วันนี้ เราจะเริ่มทำอะไร

เนื่องจากนิทรรศการมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมงในการเข้าชม และยังไม่มีแผ่นพับข้อมูลออกมาอย่างเป็นทางการ หากใครเข้าชมร้านขายของที่ระลึกของพิพิธภัณฑ์ที่ชั้นใต้ดินได้ โปรดระวังเงินในกระเป๋าสตางค์ไว้สักนิด เพราะในร้านขายของรวบสินค้าน่ารักน่าจับจองของนิทรรศการไว้มากมาย ส่วนหนังสือ Arctic Trace: Nature and Culture in Motion ที่รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจะตีพิมพ์ออกมาให้ชมกันช่วงต้นปีหน้า




