พิพิธภัณฑ์สงครามโลกในยุโรป

ทุกคนว่า ตอนที่เกิดสงครามเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีกี่ครอบครัวที่สูญเสียกันไปบ้าง เเล้วการสูญเสียของเค้าเป็นวีรบุรุษ เเต่บ้างคนก็ถูกเรียกว่าเป็นกบฏ เเล้วทุกคนคิดว่าฝั่งที่ชนะเขาดีใจกันจริงๆหรอ
.
วันนี้เราจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์จากการสูญเสียของมนุษย์ชาติกัน เพราะหลังจากที่สงครามจบกันไปเเล้ว บางประเทศอาจจะเกิดสงครามเย็นขึ้นก็จริง เเต่ในปัจจุบันเราไม่มีอะไรให้ได้ระลึกถึงผู้เสียสละในวันนั้นไปเสียนอกจาก พิพิธภัณฑ์ เเละสุสานที่เราสร้างเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น เเล้วซึ่งสงครามโลกเป็นสงครามที่เกิดขึ้นหลายประเทศ จึงทำให้มีพิพิธภัณฑ์กระจายออกไปอยู่หลายประเทศด้วยกัน
.
เราจึงได้รวบรวมพิพิธภัณฑ์ที่เจ๊งๆที่สัมผัสได้ถึงความเสียสละเเละประวัติศาสตร์ในตอนนั้น ถึงบางคนจะทราบถึงวัตถุประสงค์ของการเกิดสงครามเเต่ก็ยังตั้งข้อสงสัยกันอยู่ว่าสงครามคือทางออกของปัญหาจริงๆหรอ เเล้วคุ้มๆจริงๆหรอที่ได้ชัยชนะเเต่สูญคนไปนับพันนับเเสนคนขนาดนั้น
.
.
ถึงเเม้พิพิธภัณฑ์ไม่ได้ให้คำตอบเราว่าทำไมที่เลือกสงครามเป็นทางออก เเต่เมื่อได้ไปซึมซับประวัติศาสตร์ภายในนั้นทำให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้น มากพอที่จะเข้าใจว่าวันนั้นมันไม่ใช่เเค่สงครามเเละจุดจบก็ไม่ใช่เเค่การสูญเสีย เพราะบางทีอาจเป็นจุดเริ่มต้นของบางอย่างก็ได้


ค่าเข้าชม: 5 ยูโรต่อคน หรือประมาณ 190 บาท นักเรียนชาวเยอรมันอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือกลุ่มทัศนศึกษา ไม่เสียค่าเข้าชม สามารถอ่านรายละเอียดอื่นๆ ได้ทาง www.ns-dokuzentrum-muenchen.de
วันเวลาเปิด-ปิด: วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-19.00 น. (หยุดวันจันทร์)
Auschwitz-Birkenau Memorial and Museum | เมืองคราครูฟ ประเทศโปแลนด์
ค่ายกักกันเอาชวิตซ์-เบียร์เคเนา เป็นค่ายกักกันที่ใหญ่ที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีคนตายกว่าสองล้านคน ไฮไลต์จุดแรกอยู่ที่เหนือประตูทางเข้าค่ายทำจากเหล็กดัดเป็นภาษาเยอรมัน เขียนว่า ‘Arbeit Macht Frei’ แปลว่า การทำงานจะนำไปสู่อิสรภาพ แต่ไม่เป็นความจริง ส่วนจุดที่ชวนโศกเศร้ามากที่สุดคงเป็นบริเวณชานชาลารถไฟที่เหล่านักโทษจะถูกหมอของนาซีแยกออกเป็น 2 กลุ่มโดยกลุ่มหนึ่งคือชายฉกรรจ์ที่ยังมีสุขภาพแข็งแรงพอจะทำงาน กับอีกกลุ่มหนึ่งคือเด็ก สตรี คนชรา หรือคนอ่อนแอ ที่จะถูกแยกออกเพื่อให้ไปอาบน้ำและโดนรมแก๊สพิษจนตาย
ค่าเข้าชม: สามารถจองทัวร์เพื่อเข้าร่วมไกด์ทัวร์ได้ล่วงหน้า ทัวร์ที่สั้นที่สุดใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง ราคา 45 ซวอตือโปแลนด์ต่อคน หรือประมาณ 405 บาท และมีรถรับส่งฟรี ระหว่างสองค่ายฯ ที่บริเวณหน้าค่ายทั้งสอง
วันเวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7.30 น. เวลาปิดจะปรับเปลี่ยนไปในแต่ละเดือน สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทาง http://auschwitz.org/en/visiting/guides


ค่าเข้าชม: Full-price ticket 3,000 โฟรินต์ฮังการีต่อคน หรือประมาณ 348 บาท สามารถเช่า Audio Guide ภาษาอังกฤษได้ คนละ 1,500 โฟรินต์ฮังการี หรือประมาณ 174 บาท
วันเวลาเปิด-ปิด: วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น. (หยุดวันจันทร์) และสามารถตรวจสอบวันหยุดได้ทาง www.terrorhaza.hu/en/visitor-information
.
วันนี้เราจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์จากการสูญเสียของมนุษย์ชาติกัน เพราะหลังจากที่สงครามจบกันไปเเล้ว บางประเทศอาจจะเกิดสงครามเย็นขึ้นก็จริง เเต่ในปัจจุบันเราไม่มีอะไรให้ได้ระลึกถึงผู้เสียสละในวันนั้นไปเสียนอกจาก พิพิธภัณฑ์ เเละสุสานที่เราสร้างเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น เเล้วซึ่งสงครามโลกเป็นสงครามที่เกิดขึ้นหลายประเทศ จึงทำให้มีพิพิธภัณฑ์กระจายออกไปอยู่หลายประเทศด้วยกัน
.
เราจึงได้รวบรวมพิพิธภัณฑ์ที่เจ๊งๆที่สัมผัสได้ถึงความเสียสละเเละประวัติศาสตร์ในตอนนั้น ถึงบางคนจะทราบถึงวัตถุประสงค์ของการเกิดสงครามเเต่ก็ยังตั้งข้อสงสัยกันอยู่ว่าสงครามคือทางออกของปัญหาจริงๆหรอ เเล้วคุ้มๆจริงๆหรอที่ได้ชัยชนะเเต่สูญคนไปนับพันนับเเสนคนขนาดนั้น
.
.
ถึงเเม้พิพิธภัณฑ์ไม่ได้ให้คำตอบเราว่าทำไมที่เลือกสงครามเป็นทางออก เเต่เมื่อได้ไปซึมซับประวัติศาสตร์ภายในนั้นทำให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้น มากพอที่จะเข้าใจว่าวันนั้นมันไม่ใช่เเค่สงครามเเละจุดจบก็ไม่ใช่เเค่การสูญเสีย เพราะบางทีอาจเป็นจุดเริ่มต้นของบางอย่างก็ได้

Munich Documentation Centre for the History of National Socialism | เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี
อดีตที่ทำการใหญ่ของพรรคนาซี แต่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องราวทุกอย่างผ่านรูปภาพเหตุการณ์จริง เอกสารสำคัญ รวมทั้งบทความจากหน้าหนังสือพิมพ์ ทุกคนสามารถมาสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเมืองมิวนิกในช่วงก่อนสงครามโลกได้ ซึมซับเรื่องราวความเจริญก้าวหน้าของเมืองมิวนิกในอดีต รับฟังเสียงสะท้อนของเมืองและผู้คนที่มีต่อฮิตเลอร์ อ่านเรื่องราวของกลุ่มคนที่พยายามต่อต้านแนวคิดของฮิตเลอร์ รวมทั้งเรื่องราวหลังจากสิ้นสงครามได้ด้วยเก้าอี้พกพาตัวเล็กๆ สามารถหิ้วไปนั่งได้อ่านข้อมูลหรือดูรูปภาพได้ทุกจุด
อดีตที่ทำการใหญ่ของพรรคนาซ

วันเวลาเปิด-ปิด: วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-19.00 น. (หยุดวันจันทร์)
การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินมิวนิกสายสีแดง U2 ขึ้นที่สถานี Konigsplatz ทางออก B / นั่งรถบัสสาย 100 ลงป้าย Konigsplatz

ค่ายกักกันเอาชวิตซ์-เบียร์
ส่วนใหญ่ค่ายทั้งสองยังคงสภาพเดิม ทำให้เห็นร่องรอยความจริงในอดีต ไม่ว่าจะห้องที่เต็มไปด้วยรองเท้า กระเป๋า หรือเส้นผมของชาวยิว ห้องที่มีกระป๋องแก๊สสำหรับฆ่าคน มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่นาซีพยายามทำลายเพื่อปกปิดร่องรอยของความโหดร้ายที่ได้กระทำไว้โดยไม่ต้องการให้ผู้คนทั้งโลกได้รู้ แต่ก็ช้ากว่าโซเวียตที่เข้ามายึดครองได้สำเร็จ

วันเวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7.30 น. เวลาปิดจะปรับเปลี่ยนไปในแต
การเดินทาง: โดยรถบัส ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ราคาค่ารถบัส 14 ซวอตือโปแลนด์ หรือประมาณ 129 บาท


House of Terror Museum | กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี
อดีตคุกใต้ดิน ที่นี่นำเสนอเรื่องราวผ่านห้องต่างๆ อาทิ ห้องแรกที่เล่าถึงประวัติคร่าวๆ ของตึกที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ รวมถึงที่มาของ Arrow Cross รัฐบาลฟาสซิสต์ของฮังการีที่สนับสนุนนโยบายฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวของนาซี ห้องที่เล่าเรื่องค่ายใช้แรงงาน (Gulag) ที่ถูกจัดตั้งขึ้นหลายแห่งเพื่อรองรับนักโทษการเมืองกว่า 700,000 คน และห้องอื่นๆ อีกมากมาย
ไฮไลต์อยู่ที่ชั้นใต้ดิน เป็นคุกที่มีขนาดกว้างประมาณ 1 x 4 เมตร ภายในห้องจะมีรูปถ่ายขาวดำของอดีตผู้ต้องหา พร้อมร่องรอยขีดนับจำนวนวันที่อยู่ในนั้น การมาเยือนที่นี่จะทำให้รู้ว่า ฮังการีก็เป็นประเทศหนึ่งที่ยอมรับความผิดพลาดและพร้อมเปิดเผยประวัติศาสตร์ เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเดิมเช่นกัน
อดีตคุกใต้ดิน ที่นี่นำเสนอเรื่องราวผ่านห
ไฮไลต์อยู่ที่ชั้นใต้ดิน เป็นคุกที่มีขนาดกว้างประมา

วันเวลาเปิด-ปิด: วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น. (หยุดวันจันทร์) และสามารถตรวจสอบวันหยุดได้
การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดิน Millennium underground (M1) ไปยังสถานี Vorosmarty หรือนั่งรถราง 4 / 6 ไปลงที่ป้ายรถ Oktogon แล้วเดินต่อไปอีกไม่ไกล




