ตามรอย love letter in otaru

ในบรรดาหนังรักที่ว่าด้วยเรื่องราวของจดหมายเท่าที่เคยได้ผ่านตามาในชีวิต สำหรับเรา ไม่มีเรื่องไหนที่จะอบอุ่นและทำร้ายจิตใจได้มากไปกว่า love letter
ตกลงจะอบอุ่นหรือทำร้าย…เอาให้แน่ คำตอบคือทั้งสองอย่างนั่นแล เพราะนี่คือความน่าทึ่งของหนังรักเรื่องนี้ ที่นอกจากจะโรแมนติกและชวนฝันค้างแล้ว ขณะเดียวกันมันก็พร้อมจะขยี้หัวใจคนดูให้แตกสลายได้ในคราวเดียว

Love letter จะว่าด้วยเรื่องราวความรักของคนที่บังเอิญชื่อเหมือนกับอีกคนที่บังเอิญหน้าเหมือนเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ฮิโรโกะ วาตานาเบะ หญิงสาวที่สูญเสียคนรัก อิสึกิ ฟูจิอิ ไปในอุบัติเหตุปีนเขา เกิดครึ้มอกครึ้มใจเขียนจดหมายไปหาคนรักที่ตายไปแล้วตามที่อยู่ที่ปรากฏอยู่ในหนังสือรุ่นสมัยมัธยมของเขา ซึ่งเธอก็รู้อยู่แล้วว่าสถานที่นั้นไม่ได้เป็นที่อยู่ของใครอีกแล้วในปัจจุบัน ทว่าสิ่งที่แปลกประหลาดก็คือ มันดันมีจดหมายจาก อิสึกิ ฟูจิอิ ตอบกลับมาหาเธอ!

อาหารการกินของที่นี้ก็สดใหม่ตามสไตล์ญี่ปุ่น มีทั้งของคาวที่เป็นอาหารทะเลสด ขนมต่างๆ รวมถึงไอศครีมซอฟต์ครีมที่แทบจะละลายในปาก มีทั้งมุมของความเงียบให้ได้สัมผัส โดยเฉพาะเช้าวันจันทร์ที่สถานที่สำคัญยังไม่เปิดให้บริการ ฉันเหมือนนักเดินทางจากแดนไกลที่ร่อนเร่มาสัมผัสความหนาวเพียงลำพัง บางช่วงของถนนเหมือนฉันเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตจากดาวอื่น ที่เดินทางมาเยือนดินแดนแห่งเทพนิยาย ขณะเดียวกันมุมของความคึกคักสนุกสนานสดใสที่ปรากฏในย่านการค้า มีถนนคนเดินที่ขายของน่ารักหลายอย่าง ถนนสายนี้มีชื่อเรียกว่า ซาคาอิมาจิโดริ ที่ขายของหลายอย่าง

สินค้าขึ้นชื่อของโอตารุคือเครื่องแก้วที่มีขายหลากหลายร้าน ทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ สดใสน่ารัก รวมถึงกล่องดนตรีที่หาได้จากพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี (Otaru Orgel Emporium) เมื่อซึมซับบทเพลงหลากหลายแนว ทุกย่างก้าวที่โอตารุเหมือนพาเราย้อนกลับไปอดีต ไม่แปลกหรอกที่คนหลงรักอดีตตึกเก่าแก่ และเสียงดนตรีคลาสสิก อย่างฉันจะท่องไปในเมืองนี้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
แนะนำสักเล็กน้อย
ก่อนเดินทางไปโอตารุ (Otaru) หาข้อมูลได้จากหลากหลายเว็บไซต์ ที่สถานีรถไฟ JR โอตารุมีแผ่นพับแนะนำข้อมูลอย่างง่าย สวยงามน่าอ่าน หนึ่งในนั้นมีภาษาไทยด้วย การเดินทางไปด้วยตนเองไม่ยากอย่างที่คิด ไม่ว่าจะไปที่ไหน ขอให้เดินทางด้วยความสบายใจ
แนะนำสักเล็กน้อย
ก่อนเดินทางไปโอตารุ (Otaru) หาข้อมูลได้จากหลากหลายเว็บ


